คำตอบโดยสรุป

ใน 24 ชั่วโมงแรกควรให้ความปลอดภัยและการรักษาต่อเนื่องมาก่อน แจ้งผู้รับผิดชอบตามระบบ รักษาเวชระเบียนและหลักฐานโดยไม่แก้ย้อนหลัง บันทึกข้อเท็จจริงที่ทราบ แยกการสื่อสารกับผู้ป่วยออกจากการสรุปความผิด และแจ้งฝ่ายกฎหมายหรือผู้รับประกันตามเงื่อนไขโดยเร็ว

ลำดับความสำคัญในวันแรก

  • ประเมินและลดอันตรายต่อผู้ป่วย จัดผู้ดูแลหลัก และส่งต่อเมื่อทรัพยากรไม่เพียงพอ
  • แจ้งหัวหน้าทีม ผู้บริหารความเสี่ยง และบุคคลตาม incident protocol ขององค์กร
  • เก็บอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ ภาพถ่าย ผลตรวจ และข้อมูลระบบที่อาจถูกเขียนทับตามวงจรปกติ
  • ให้ผู้เกี่ยวข้องทำบันทึกข้อเท็จจริงแยกกันโดยเร็ว หลีกเลี่ยงการประชุมเพื่อทำเรื่องเล่าให้ตรงกัน
  • กำหนดผู้สื่อสารกับผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อลดข้อมูลที่ขัดกัน โดยยังตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา
  • ตรวจเงื่อนไขแจ้งผู้รับประกันและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ไม่ควรทำ

ไม่ควรลบ แก้ หรือเติมเวชระเบียนย้อนหลังเพื่อให้ดูสมบูรณ์ ไม่ควรโทษบุคคลก่อนทบทวนระบบ และไม่ควรสัญญาผลทางคดีหรือเงินเยียวยาโดยผู้ไม่มีอำนาจ การสื่อสารที่หลบเลี่ยงก็อาจเพิ่มความไม่ไว้วางใจ จึงต้องวางสมดุลระหว่างความโปร่งใส ความถูกต้อง และสิทธิของทุกฝ่าย

หลีกเลี่ยงการส่งรายละเอียดในกลุ่มแชตที่มีผู้ไม่เกี่ยวข้อง การใช้ชื่อผู้ป่วยในเอกสารอบรม และการแชร์ภาพหน้าจอระบบ เพราะอาจสร้างเหตุข้อมูลรั่วไหลซ้ำจากเหตุเดิม

ทบทวนเพื่อเรียนรู้โดยไม่ทำลายความเป็นธรรม

การทบทวนคุณภาพควรหาปัจจัยด้านระบบ ทีม เครื่องมือ การสื่อสาร และภาระงาน ไม่จำกัดเฉพาะความผิดของบุคคล ขณะเดียวกันเอกสารที่จัดทำต้องมีวัตถุประสงค์ ผู้เข้าถึง และสถานะทางกฎหมายชัดเจน เพราะเอกสารคุณภาพกับเอกสารเพื่อคดีอาจมีหน้าที่ต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย

ควรขอโทษผู้ป่วยทันทีหรือไม่?

ควรแสดงความเห็นอกเห็นใจและสื่อสารข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้อย่างรับผิดชอบ ส่วนถ้อยคำยอมรับความรับผิดหรือข้อเสนอเยียวยาควรประสานผู้มีอำนาจและที่ปรึกษาตามสถานการณ์

ใครควรเขียน incident report?

ผู้ที่เกี่ยวข้องควรบันทึกสิ่งที่ตนเห็นและทำด้วยตนเองตามระบบองค์กร ไม่ควรให้คนหนึ่งเขียนแทนทุกคนหรือปรับถ้อยคำให้เหมือนกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. แพทยสภา — กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเวชกรรม
  2. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ — สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ